คลื่นใต้น้ำทางเศรษฐกิจ เมื่อกลไกราคาจากเอเชียกำลังเขย่าบัลลังก์อุตสาหกรรมโลก
สถานการณ์ภาคการผลิตในปัจจุบันกำลังเจอกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ยากจะรับมือ โดยปัญหานี้ไม่ได้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงทันทีทันใด แต่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างห่วงโซ่อุปทานเดิมอย่างน่ากลัว
ปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์หลายรายต่างขนานนามว่าเป็นความตื่นตัวรอบใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาระดับการแข่งขันไว้ได้ หากแต่เป็นเพราะข้อได้เปรียบด้านราคาที่ถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ร้อยละ 30 คลิกดูเลย ถึง 50
วิเคราะห์อุตสาหกรรมหลัก ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักหน่วง
การซึมลึกเข้ามาในโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งสามารถจำแนกความเสียหายและความท้าทายออกเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้
- ภาคการผลิตเครื่องจักรกล: เนื่องจากผู้จัดซื้อที่มีงบประมาณจำกัดมักเลือกใช้ชิ้นส่วนที่ประหยัดต้นทุนมากกว่า
- ห่วงโซ่การผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน: ทว่าต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงประกอบกับการแข่งขันที่เข้มข้นรอบด้านทำให้เกิดแผลลึก
- ภาคเคมีภัณฑ์ต้นน้ำ: สัดส่วนปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหารพุ่งสูงเกินกว่าครึ่ง
- พลาสติกและสารประกอบวัสดุอุตสาหกรรม: กลายเป็นวงจรอันตรายที่ทำให้โรงงานในท้องถิ่นต้องทยอยปิดตัวลง
ทว่าเป็นการแทรกซึมผ่านชิ้นส่วนขนาดเล็กและสารตั้งต้นที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
กลไกเบื้องหลังการตัดสินใจ และแรงหนุนจากมาตรการอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับผู้บริหารและผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ตัวเลขส่วนต่างของราคาที่ห่างกันอย่างมหาศาลทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเรียบง่าย
มาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ผลิตในเอเชีย ส่งผลให้มาตรการสกัดกั้นทางภาษีของกลุ่มประเทศตะวันตกไม่ได้ผลเต็มที่
วิกฤตซัพพลายเชนในอนาคต วงจรอันตรายที่ยากจะแก้ไขหากสายเกินไป
การลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องจะส่งผลทำลายทักษะและความรู้ความชำนาญในประเทศ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ระงับการส่งออกวัตถุดิบขึ้นในอนาคต ความเสียหายจะกระจายวงกว้างไปสู่ภาคการแพทย์ อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
นี่จึงเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบายต้องหันกลับมาทบทวน
วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้องค์กร ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรง
และนี่คือแนวทางปฏิบัติ 5 ประการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์แนะนำ
แนวทางที่ 1: การกระจายแหล่งซัพพลายเออร์เพื่อลดความเสี่ยง
ควรสร้างพันธมิตรทางการค้าในหลายพื้นที่เพื่อเป็นแผนสำรองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
2. การยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง
การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการบริการและการรับประกันในระดับที่เหนือกว่าคู่แข่งทั่วไป
3. การทำ Digital Transformation ในโรงงาน
นำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยลดความสูญเสียในกระบวนการ
แนวทางที่ 4: การรวมกลุ่มพันธมิตรในอุตสาหกรรมเดียวกัน
สร้างอำนาจการต่อรองร่วมกันผ่านสมาคมหรือกลุ่มผู้ผลิตในภูมิภาค
5. การตั้งศูนย์บริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ
หมั่นตรวจสอบความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายภาษีระหว่างประเทศ